บิทคอยน์ เล่นยังไง? ให้ได้กำไร ไม่ต้องเฝ้าจอ

Last updated: 2021-12-01  |  13315 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บิทคอยน์ เล่นยังไง

Bitcoin(บิทคอยน์) คือ สกุลเงินชนิดหนึ่ง คล้ายๆ กับสกุลเงินที่เรารู้จักกันดี เช่น สกุลเงินบาท(THB) ของไทย,
สกุลเงินดอลลาร์(USD) ของสหรัฐฯ หรือ สกุลเงินเยน(JPY) ของญี่ปุ่น เป็นต้น

ต่างกันที่ Bitcoin เป็นสกุลเงินดิจิทัล(Cryptocurrency) จะไม่ขึ้นกับธนาคารกลางของประเทศใดในโลก
นั่นหมายความว่า มูลค่าของ Bitcoin จะไม่ถูกควบคุมจากหน่วยงานใดในโลก 

ไม่มีหน่วยงานใดสามารถบังคับให้มูลค่า Bitcoin ขึ้น หรือ ลง ได้ แต่มูลค่าของ Bitcoin จะขึ้น หรือ ลง
จะเป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้งาน Bitcoin ทั่วโลก

ความหมายของ Bitcoin(บิทคอยน์) อย่างละเอียด

 


ข้อมูล 1 มกราคม ถึง 30 เมษายน 2564
(ผลตอบแทนในอดีต ไม่ได้การันตีผลตอบแทนในอนาคต)


การวางแผนเงินลงทุนใน Bitcoin(บิทคอยน์) 

  การวางแผนเงินลงทุนที่ถูกต้อง เช่น ถ้ามีเงินเก็บ 1 แสนบาท ให้แบ่งเพียง 40% คือ 4 หมื่นบาท
มาลงทุนเพื่อทำกำไรให้เงินงอกเงย
 หรือเป็นกระแสเงินสดไว้ใช้จ่ายรายเดือน

  ถ้าสำเร็จ ถูกต้องตามแผน เงินลงทุน 4 หมื่นบาท ก็จะสร้างกำไร หรือ กระแสเงินสดให้ได้เรื่อยๆ
หรือเงินทุน 4 หมื่นบาท อาจจะเติบโตเป็นเงินหลักแสนบาท ล้านบาทก็เป็นได้

  แต่ต้องคิดไว้ก่อนแล้วว่า ถ้าลงทุนแล้วผิดพลาดขาดทุน เต็มที่เงินเก็บจะหายไปเพียง 4 หมื่นบาท
ชีวิตไม่เดือดร้อนกระทันหัน 
เพราะยังเหลือเงินเก็บอีก 6 หมื่นบาท(ไม่ควรลงทุนทั้งหมดในครั้งเดียว)

  หากวางแผนรองรับ ทั้งด้านดี และด้านแย่ไว้แล้ว ก็จะลงทุนอย่างมั่นใจ
ไม่ต้องกังวล หากการลงทุนไม่ได้กำไรตามแผนที่วางไว้

ควรลงทุนในบิทคอยน์ ด้วยจำนวนเงินที่ยอมรับได้หากเกิดการขาดทุน
ห้ามกู้เงินมาลงทุน และห้ามนำเงินที่ต้องใช้จ่ายระหว่างเดือนมาลงทุน

 

บิทคอยน์ เล่นยังไง?


วิธีเล่นบิทคอยน์ แบบไม่ต้องเฝ้าจอ ตามสูตร"ดอยฮาร์ด" คือ

1.แบ่งเงินทุนเป็น 8 กอง ( เงินทุนทั้งหมดหาร 8 )

2.ซื้อบิทคอยน์ที่ราคาปัจจุบัน ด้วยเงิน 1/8 ของเงินทุนทั้งหมด วิธีซื้อบิทคอยน์

3.ถ้าซื้อแล้วขาดทุน ให้ซื้อเพิ่มเมื่อราคาลงทุกๆ 12% จากราคาที่เข้าซื้อครั้งแรก
  (จะซื้อได้สูงสุด 8 ครั้ง) โดยการตั้งคำสั่งซื้อล่วงหน้าที่ราคาต่ำกว่าปัจจุบัน วิธีตั้งซื้อล่วงหน้า

4.ถ้าซื้อแล้วกำไร 20% ให้ขายเพื่อเก็บกำไร แล้วกลับไปเริ่มข้อ 1. วิธีขายบิทคอยน์

ทำแบบนี้ซ้ำๆ วนไปเรื่อยๆ ไม่ต้องเฝ้าจอ อาจจะคอยดูผลการลงทุนเพียงวันละครั้ง 

ตัวอย่าง ถ้ามีเงินลงทุน 40,000 บาท ให้นำเงินทุนทั้งหมดหารด้วย 8 นั่นคือ 40,000/8 = 5,000 บาท
แปลว่า จะซื้อบิทคอยน์ด้วยเงินครั้งละ 5,000 บาทเท่านั้น (ซื้อได้สูงสุด 8 ครั้ง)

สมมติ เริ่มต้นซื้อบิทคอยน์ ตอนที่บิทคอยน์มีราคา 2,000,000 บาท ซื้อด้วยเงินทุน 5,000 บาท
จากนั้นให้ตั้งคำสั่งซื้อล่วงหน้า เมื่อราคาบิทคอยน์ลดลงทุกๆ 12% ดังนี้

ครั้งที่ 1 ซื้อบิทคอยน์ทันที ที่ราคาปัจจุบัน สมมติปัจจุบันราคา 2,000,000 บาท

ครั้งที่ 2 ตั้งคำสั่งซื้อล่วงหน้า ถ้าบิทคอยน์ราคาลงมาที่ 1,760,000 บาท (ลด 12% จากราคาซื้อครั้งแรก)

ครั้งที่ 3 ตั้งคำสั่งซื้อล่วงหน้า ถ้าบิทคอยน์ราคาลงมาที่ 1,520,000 บาท (ลด 24% จากราคาซื้อครั้งแรก)

ครั้งที่ 4 ตั้งคำสั่งซื้อล่วงหน้า ถ้าบิทคอยน์ราคาลงมาที่ 1,280,000 บาท (ลด 36% จากราคาซื้อครั้งแรก)

ครั้งที่ 5 ตั้งคำสั่งซื้อล่วงหน้า ถ้าบิทคอยน์ราคาลงมาที่ 1,040,000 บาท (ลด 48% จากราคาซื้อครั้งแรก)

ครั้งที่ 6 ตั้งคำสั่งซื้อล่วงหน้า ถ้าบิทคอยน์ราคาลงมาที่ 800,000 บาท (ลด 60% จากราคาซื้อครั้งแรก)

ครั้งที่ 7 ตั้งคำสั่งซื้อล่วงหน้า ถ้าบิทคอยน์ราคาลงมาที่ 560,000 บาท (ลด 72% จากราคาซื้อครั้งแรก)

ครั้งที่ 8 ตั้งคำสั่งซื้อล่วงหน้า ถ้าบิทคอยน์ราคาลงมาที่ 320,000 บาท (ลด 84% จากราคาซื้อครั้งแรก)

ถ้าสมมติราคาบิทคอยน์ลงมาถึงการซื้อแค่ ครั้งที่ 5 จะใช้เงินทุนซื้อไปแล้วรวม 5,000 x 5 = 25,000 บาท
แล้วบิทคอยน์ กลับมาราคาขึ้นและทำให้กำไร 20% ของทุน 25,000 บาท ก็ขายบิทคอยน์นั่นเอง
และก็กลับไปทำซ้ำที่ข้อ 1 ใหม่ วนไปเรื่อยๆ

นี่เป็นหนึ่งในวิธีการเล่นบิทคอยน์ เน้นการเล่นที่ง่าย สะดวกไม่ต้องเฝ้าจอ ไม่ต้องวิเคราะห์กราฟ
เหมาะสำหรับมือใหม่ หรือคนที่ทำงานประจำ ไม่มีเวลามานั่งเฝ้าจอ

ถ้าไม่แบ่งเงินทุนเป็น 8 กอง แล้วซื้อบิทคอยน์ด้วยเงินทุนทั้งหมดที่มี ตั้งแต่ครั้งแรก
หากบิทคอยน์ราคาลงรุนแรง 80% ก็จะขาดทุนมาก จะเติมเงินเพิ่มก็อาจไม่กล้า
จะขายทิ้งก็ขาดทุนหนักมาก จึงเป็นที่มาของคำว่า "ติดดอย"

แต่ถ้าแบ่งเงินทุนเป็น 8 กอง แล้วทยอยซื้อ โอกาสติดดอยก็จะยาก ตามชื่อสูตร "ดอยฮาร์ด" นั่นเอง

 จุดเด่น ของการเล่นบิทคอยน์ ตามสูตร"ดอยฮาร์ด"

ได้ผลดีในเทรนด์ขาขึ้นและไซด์เวย์ ความเสี่ยงต่ำ ไม่ต้องเฝ้าจอตลอดเวลา ไม่เหนื่อย
ไม่ต้องขายขาดทุน หรือ คัดลอส(Cut Loss) โอกาสที่เงินลงทุนจะหายไปทั้งหมดจะเกิดขึ้นได้กรณีเดียว 
คือ โลกนี้เลิกใช้บิทคอยน์ ซึ่งแทบเป็นไปไม่ได้

 จุดด้อย ของการเล่นบิทคอยน์ ตามสูตร"ดอยฮาร์ด"

หากเป็นเทรนด์ขาลง จะต้องใช้ความอดทนในการรอ ให้ราคากลับขึ้นมากำไร


สรุป การเล่น Bitcoin(บิทคอยน์) 5 ขั้นตอน

1.ศึกษาความหมายของ Bitcoin(บิทคอยน์) คลิ๊ก

2.เปิดบัญชีซื้อขาย Bitcoin(บิทคอยน์) ฟรี! คลิ๊ก

3.ดาวโหลดแอปฯ Bitkub จาก App Store, Play Store และ ล๊อคอิน คลิ๊ก

4.ฝากเงินเข้าบัญชีซื้อขาย Bitcoin(บิทคอยน์) คลิ๊ก

5.ซื้อขาย Bitcoin(บิทคอยน์) ตามสูตร "ดอยฮาร์ด"

หากแนวทางการเล่นบิทคอยน์ ตามสูตร"ดอยฮาร์ด" มีประโยชน์ อย่าลืมกดไลค์ กดแชร์ส่งต่อสิ่งดีๆ ให้เพื่อนกันนะครับ


Powered by MakeWebEasy.com